รีวิวหนังสือ "ปาฏิหาริย์จากการต่อจิ๊กซอว์ชีวิต"

Posted by nationadmin 25/07/2016 0 Comment(s) รีวิวหนังสือ,

ปาฏิหาริย์จากการต่อจิ๊กซอว์ชีวิต

BIG P 7

หนังสือ “ปาฏิหาริย์จากการต่อจิ๊กซอว์ชีวิต”

See Your Own Big Picture

รายละเอียด

ผู้เขียน : ซอน-อก-เพียว (Jug Og Pyo)

ผู้แปล : ภัททิรา จิตต์เกษม

สำนักพิมพ์ : อมรินทร์

เนื้อหาในเล่ม

บทที่ 1 คนที่แอบมองข้าวรั่ว

บทที่ 2 สิ่งที่เรียกว่าบิ๊กพิกเชอร์คืออะไร

บทที่ 3 มุมมอง จงจัดลำดับใหม่

บทที่ 4 เป้าหมาย จงฝันให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะฝันได้

บทที่ 5 การจัดการ จงหันมาดูตัวเองเหมือนมองพระเจ้า

บทที่ 6 ความคิดริเริ่ม จงออกจากเส้นทางที่คนอื่นเดิน

บทที่ 7 การสื่อสาร อย่ายึดติดกับความคิดเดิมๆ

บทที่ 8 อย่าปล่อยให้ฝันเป็นเพียงฝัน

บทที่ 9 จงเดินตามการสั่นไหวของจิตวิญญาณ

iYom reviews

ลงมือทำ

 

เราเป็นคนหนึงที่มีความฝันใช่ไหม แต่..เอ่ะ! แล้วเราจะทำยังไงดีฟระ

หันไปหาถามใครหรืออ่านหนังสือหรือสื่อไหนๆ ก็ต่างบอกให้เราต้องมีเป้าหมายนะ แล้วก็ต้องมีแผนเพื่อทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริง ซึ่งก็พูดถูก (แล้วก็พูดเหมือนกันหมด) แต่เอ่ะทำไมเราก็ยังไม่ไปไหนสักทีนะ ยังหยุดอยู่กับที่ไม่ขยับไปดวงจันทร์ (เอ้ย คนละเล่มละ) ไปถึงเป้าหมายสักที

แต่ๆๆ อย่าเพิ่งท้อใจไปครับ วันนี้ iYom มีหนังสือแนว How to ที่ดีอีกเล่มมาแนะนำ

บอกเลยครับว่า “ปาฏิหาริย์จากการต่อจิ๊กซอว์ชีวิต” เป็นหนังสือสัญชาติเกาหลีใต้ เล่มแรกที่ iYom ได้สัมผัส และก็เป็นเรื่องบังเอิญครับที่ได้พบเจอกัน เพราะเห็นพี่สาวกำลังอ่านอยู่เลยหยิบมาลองอ่านดู พอได้อ่านบทแรกๆ ติดใจครับ เลยขอพี่สาวมาอ่านก่อนเลย สำหรับเนื้อหาในเล่มอย่างที่บอกเป็นแนวพัฒนาตนเองแต่ที่ iYom ชอบและสนใจอยากอ่านต่อก็เพราะคนเขียนอธิบายการตั้งเป้าหมายในชีวิต ให้เปรียบเหมือนภาพขนาดใหญ่ที่เราต้องการ ซึ่งตรงนี้ iYom ว่ามันจะช่วยให้เราเกิดแรงปรารถนา หรือที่เขาเรียกว่า Passion ได้มากกว่าแยะนะ

และหนังสือเล่มนี้จะให้เราย้อนมาตั้งคำถามกับภาพชีวิตขนาดใหญ่ที่เราได้วาดไว้ว่า มันใช่สิ่งที่เราต้องการจริงไหม โดยเป็นการตามหาเหตุผลให้ตนเองมีชีวิตอยู่ โดยจะเน้นย้ำว่าเป้าหมายที่เราได้ตั้งขึ้นนั้น มันต้องมี “คุณค่า” ไม่ใช่มีแต่ “มูลค่า” ที่เรามักจะตั้งว่าฉันอยากจะมีเงินสักร้อยล้าน พันล้าน (ไปเพื่ออะไร?) แล้วถ้าเรามีภาพแล้วเราจะทำยังไงเพื่อให้ภาพเหล่านั้นเป็นจริง และที่ iYom ว่าเป็นจุดสำคัญของหนังสือเล่มนี้เลยคือ เมื่อเรามีภาพขนาดใหญ่ของชีวิตที่เราจะต้องไปให้ถึงแล้ว ขอให้ทุกการเคลื่อนไหวของเราเปรียบเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ชีวิตไปเรื่อยๆ แม้บางครั้งช่วงชีวิตเราจะประสบปัญหา หรืออุปสรรค ก็อย่าลืมว่ามันเป็นแค่จิ๊กซอว์ชิ้นหนึงของชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดของรูป ขอแค่เราอดทนมีสติ จัดการกับปัญหาที่เข้ามาเพื่อต่อจิ๊กซอว์ตัวที่ว่าให้เรียบร้อย และเชื่อเถอะว่ามันจะพาเราไปสู่จิ๊กซอว์ชิ้นต่อไปที่ดีขึ้นแน่นอน

BIG Picture คืออะไร

“B” ig picture : ภาพขนาดใหญ่

“ทิศทาง” คือ เหตุผลในการดำรงอยู่ของเรา ต้องมีคุณค่าในเชิงนามธรรม (คุณค่าทางใจ)

“I” ndividual Picture : ภาพในมิติของเราเอง

“สิ่งที่ต้องทำ” ตอนนี้ฉันมีสิ่งที่ต้องคิด ต้องทำ เพื่อสร้าง Big picture คือ

“G” roup Picture : ภาพในมิติของส่วนรวม

“เชื่อมโยงเข้ากับสังคม” ขยายคุณค่าให้กับสังคม จากสิ่งที่เราทำ (I) เพื่อสร้าง Big Picture

“P” iece Picture : ภาพเล็กๆ ที่ค่อยๆทำ

“การตัดชิ้นส่วน” ทำแผน Action Plan ที่มีเป้าหมายด้านตัวเลข เพื่อทำให้ Big Picture เป็นจริง

BIG Picture คือ คำตอบของแต่ละคนต่อคำถามที่ว่า ทำไมเราถึงอยู่บนโลกใบนี้ นี่เป็นพลังที่ทำให้เราได้มองลึกเข้าไปในตัวเองและมองชีวิตอย่างยาวไกล บิ๊กพิกเชอร์ไม่จำเป็นต้องเหมือนใครและไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบใคร

ขุมพลังที่ทำให้ BIG Picture เป็นจริง

1 “มุมมอง” พลังในการมองตัวเองอย่างลึกซึ้ง

รู้จักตนเองก่อนว่าเป็นคนอย่างไร ลักษณะเด่น, ข้อดี, ข้อด้อย, ภาพที่ไม่อยากให้คนอื่นเห็น และส่วนที่อยากให้คนอื่นรับรู้

2 “เป้าหมาย” พลังในการฝันใหญ่สุดเท่าที่จะทำได้

ฝันให้ใหญ่ มีคุุณค่า ท้ายที่สุดเราอยากเป็นอะไร สิ่งที่อยากทำได้สักครั้งในชีวิต เป้าหมายสูงสุดที่จะได้รับเมื่อสำเร็จ

3 “การจัดการ” พลังในการควบคุมช่องว่างระหว่างความจริงและความฝัน

มีทักษะในการจัดการ ทั้งในเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร จัดสมดุลชีวิตให้เป็น

4 “ความคิดริเริ่ม” พลังในการขยายความคิด

ปฐมพยาบาลด้วยความคิดสร้างสรรค์

5 “การสื่อสาร” พลังในการร่วมมือกับคนจำนวนมาก

คนที่เกี่ยวข้องกับเราและเครือข่ายความสัมพันธ์เท่านั้น ที่จะทำให้เป้าหมายของเราบรรลุผล

"มุมมอง" พลังในการมองตัวเองอย่างลึกซึ้ง 

 

มุมมอง

 

ระหว่างที่มีชีวิตอยู่ ไม่ว่าใครต่างก็เคยคิดอย่างจริงจังว่า สิ่งที่เรียกว่าตัวตนของตนเองคืออะไร การมุ่งมั่นตามหาสิ่งที่เป็นตัวตนของตนเองในช่วงนั้นแล้วจดจ่ออยู่กับมัน คือ เคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น
 

1 ตามหาแรงกระตุ้นในชีวิตด้วยตนเอง

2 จงตามหาชื่อที่แท้จริงของคุณ

อย่าเอาชื่อของคุณไปผูกติดอยู่กับตำแหน่งหรือบริษัท

3 งานที่เป็นตัวของตัวเองมากสุด

มีงานอยู่สองอย่าง คือ งานที่ชอบ เราจึงทำได้ดี และงานที่เราทำได้ดี แล้วจึงชอบ หรืออย่างน้อยก็มองหาสิ่งที่ตัวเองทำได้มากที่สุดหรือเกลียดน้อยที่สุด

4 ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องเปลี่ยนตัวเองไปทีละนิด

5 จงเป็นผู้ชนะในสงครามมุมมอง

การหามุมมองของตัวเอง ? คือการเช็คจุดแข็ง

  • อยากรู้จุดแข็งต้องมีประสบการณ์หลากหลาย
  • หาสิ่งที่ทำได้ดีและชอบ
  • หาจุดแข็งที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำอยู่จริง
  • อย่า !!! ยึดติดจุดอ่อน
  • ทำตามด้านที่น่ายกย่องของตน โดยการมองย้อนกลับมาดูตัวเอง

6 จงพูดด้วย “ผลลัพธ์” แทน “ศักยภาพ”

อย่าปล่อยให้จุดแข็งขอบคุณเป็นเพียงศักยภาพจงบอกให้คนอื่นได้รู้จักมันด้วยผลลัพธ์ด้วยสายตา (พิสูจน์ด้วยเรื่องราว + ตัวเลข)

7 อย่าหาคำตอบที่ถูกต้อง จงหา “คำตอบของตัวคุณเอง”

  • เราเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพื่อใคร/ เพื่ออะไร
  • กุญแจของปัญหา คือ การแก้ด้วยวิธีของฉัน
  • หาจุดแข็ง และประยุกต์ใช้ต่อเนื่อง จนเกิดความเชี่ยวชาญ
  • ทำงานโดยรู้จังหวะเวลา (Prime time / Will Power)

"เป้าหมาย" พลังในการฝันให้ใหญ่สุดเท่าที่จะทำได้

 

เป้าหมาย

 

คนเราจะไปถึงได้แค่อนาคตที่จินตนาการเอาไว้เท่านั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าจินตนาการนั้นถูกหรือผิด แต่อยู่ที่ว่าเคยจินตนาการหรือไม่ ไม่มีใครทำสิ่งที่ไม่เคยฝันถึงสำเร็จหรอก

1 “คิด” ต่อยอดไปเรื่อยๆ

จินตนาการให้สุดขั้วความคิด พฤติกรรมของฉันในวันนี้จะส่งผลอะไรบ้างในอนาคต ถ้าไม่ใช่ตาม BIG Pocture ที่ตั้งไว้ ก็ต้องมาปรับเปลี่ยน

2 วิธีเอาตัวรอด “ในนรก” (ผู้ประกอบการ)

คิดถึงความเป็นไปได้ในชีวิตที่หลากหลาย เมื่อทำแล้ว จุดแห่งความฝันจะเชื่อมต่อกันกับสภาพแวดล้อมที่สอดคล้อง จะทำให้เราเดินไปตาม BIG Picture

3 โลก “เปลี่ยนแปลงเสมอ”

จินตนาการว่าธุรกิจของเรา / งานของเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรฃ

4 จงใส่ “เป้าหมาย” ลงไปใน “คุณค่า”

  • การกำหนด “เหตุผล” ของการใช้ชีวิต (BIG Picture)
  • วิเคราะห์ “จุดแข็ง” และ “จุดอ่อน” ของตน ที่จะส่งผลต่อ BIG Picture
  • เปลี่ยน จุดอ่อน ให้เป็น จุดแข็ง เพื่อสนับสนุน BIG Picture
  • อย่าตั้ง “ความฝัน” ตาม “จุดแข็ง” ของตน เพราะคุณอาจจะทำไม่ได้ เนื่องจาก มันไม่มี “คุณค่า

5 ขโมย “เคล็ดลับ” จากคนที่เป็นอันดับหนึ่ง

ต้องรู้มาตรฐานของคนที่เป็นอันดับหนึ่ง เพราะเมื่อนำมาเทียบกับมาตรฐานของเราก็จะรู้ว่า คำตอบที่ผิด คืออะไร

6 เป้าหมายต้อง “เปลี่ยนแปลง” ไปตามสถานการณ์

เลือกวิธีจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด (วางแผนรับสถานการณ์)

7 คนฉลาด จะสู้แต่เรื่องที่ “ชนะ” เท่านั้น

เหตุผลที่เราตั้งเป้าหมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งผลที่ดีกว่าตอนนี้

TIPs วิธีทำให้เป้าหมายเป็นจริง

  • ค้นหามาตรฐาน การเป็นอันดับหนึ่งของโลก
  • หาความแตกต่างระหว่าง เป้าหมาย ของเรากับการเป็นอันดับหนึ่งของโลก
  • กำหนดสิ่งที่ทำและทำซะ

"การจัดการ" พลังในการควบคุมช่องว่างระหว่างความจริงและความฝัน

 

BIG P 2

 

เราไม่สามารถจับสิ่งใหม่ได้ ถ้ามือยังคงกำแน่น ถ้าอยากได้สิ่งใหม่ๆ จะต้องปล่อยมือที่กำอยู่ การจัดการไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งที่จะต้องทำเท่านั้น แต่รวมถึงการไม่ทำสิ่งที่ไม่ต้องทำด้วย

1 จัดการ “จุดโฟกัส”สำคัญกว่าจัดการ “เวลา”

การจัดการ จำเป็นต้องมีการจัดลำดับก่อนหลัง การใช้เวลาอย่างเพียงพอกับงานที่สำคัญต่างหาก คือ “การจัดการที่แท้จริง”

2 จัดการ “แบมือ”

ถ้าเรากำมือ เราไม่สามารถบีบอะไรใหม่ๆ ได้ ถ้าอยากได้อะไรใหม่ๆ ก็ต้องปล่อยสิ่งที่ถือก่อน ฉะนั้น เราต้องคลายหมัดและจับมือกับนิสัยใหม่ๆ

3 อย่าหลงเชื่อ “ความปรารถนา” ตรงหน้า

ถามตัวเองว่า พฤติกรรมและเป้าหมายในตอนนี้ ตรงกับเป้าหมายในชีวิตของฉันหรือเหตุผลที่ฉันมีชีวิตอยู่หรือยัง

4 “ยุ่ง” ไม่ได้หมายความว่า “ขยัน”

วันที่เราทำเรื่องโน้น เรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ใช่วันที่มีคุณค่า วันที่ทำในสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จในวันนั้นต่างหาก คือ วันที่เราใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม

5 ถ้าทำงานแล้ว จงสร้าง “ผล”

สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำงานให้เสร็จ แต่เป็นการทำงานที่ต้องทำให้สำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น

6 ให้คนอื่นทำงานที่เรา “ทำไม่ได้”

7 ลงมือทำ

ปัจจัยสี่อย่างเพื่อการลงมือทำ

  • กำหนดช่วง : ทำได้จากไหนถึงไหน
  • กำหนดเวลา
  • กำหนดกิจกรรม
  • กำหนดสถานที่

8 ประเมิน “ตนเอง” สม่ำเสมอ

การย้อนกลับมามอง “ตัวเอง” และ “เช็คผล” ที่เกิดขึ้นเป็นระยะ และ “คิดหาวิธี” เพื่อให้ได้ผลนั้น เป็นการคิดแบบคำนึงถึง “ผล” เป็นหลัก และการทำเช่นนั้น จะทำให้เรามองเห็นสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่คาดคิดมาก่อน

 "ความคิดริเริ่ม" พลังในการขยายความคิด

 

ความคิดริเริ่ม

 

ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากสมองของบุคคลเดียว แต่เกิดจากปัจัยหลายอย่างที่มีผลเสริมกัน เช่น การศึกษา ความสัมพันธ์กับคนอื่น และปัญหาที่จะต้องแก้ไข เป็นต้น เมื่อปัจจัยทั้งหมดนี้มารวมกัน ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ก็จะเกิดขึ้นได้

1 มีพลังในการมองปัญหาอย่างที่ควรจะเป็น

2 ไปพบเจอ “สิ่งใหม่ๆ”

การเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะคิดในสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน

3 ความสามารถในการแก้ปัญหา คือ “ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์”

รู้จักตั้งคำถามกับสิ่งที่มันเป็นไป (ทำไมเราต้องทน ต้องทำอยู่แบบนี้) และการคิดริเริ่มต้องไม่ลืมแก่นแท้ของสิ่งนั้น

4 จงยึดติดอยู่กับ “แก่นแท้”

ตีให้แตกว่าอะไรคือ คุณค่าของการแก้ปัญหา

5 “วิธีสร้าง” ความคิดสร้างสรรค์

  • มีจิตใจพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
  • คิดนอกกรอบ
  • หาคู่ตรงข้าม เพราะสิ่งที่คาดหวัง จะมีทั้งปัจจัยที่เป็นไปได้และปัจจัยขัดขวาง และยังมีสิ่งที่ต้องมีและสิ่งที่ต้องทำให้ได้

6 คนตอบ VS คนถาม

ใครที่มักจะเปรียบเทียบ จะกลายเป็นคนที่มักต้องตอบคำถาม ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ กังวลว่า “คำตอบฉันถูกต้องไหม”  “จะตรงกับความคาดหวังของคนอื่นไหมนะ” เราจึงต้องเป็นคนถามโดยตั้งคำถามว่า

  • นิ่คือความคิดของฉัน ?
  • ทำไมฉันถึงทำ ?
  • นิ่เป็นการเลือกของฉันหรือเปล่า ?

7 “พยายาม” ขึ้นอีกนิด

หา 5% ของงานที่ทำแล้วแตกต่างจากคนทั่วไปให้เจอ

การสื่อสาร” พลังในการร่วมมือกับคนจำนวนมาก

 

จุดแข็ง

 

การพูดเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการสื่อสาร แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้าพูดดีพูดเก่งแล้วจะสร้างมนุษยสัมพันธ์ขึ้นมาได้ ความรู้สึกร่วมกันระหว่างผู้คนไม่ได้เกิดจากภาษเท่านั้น แต่เกิดจากปัจจัยอื่นๆ ด้วย

1 คนที่ทำให้เรา “รู้สึกดี” (ใช้เป็นพื้นฐานของการสื่อสาร)

  • จำ และเรียกชื่อเรา
  • ไม่ชักสีหน้าแต่ยิมให้เรา
  • สนใจและตั้งใจฟังเรื่องเรา
  • จำเรื่องของเรา
  • เข้าใจความลำบากและรู้สึกร่วมไปกับเรา
  • มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเรา

2 สื่อสารด้วย “ชีวิต” แทนคำพูด

การพูดแล้วไม่เข้าใจกัน ไม่ได้หมายความว่าพูดไม่เก่ง แต่หมายถึงการขาดความรู้หรือจิตใจที่จะเติมเต็มในสิ่งที่อีกคนต้องการ

3 จง “กระโดด” เข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์

เพราะปัญหาที่เรากลุ้มใจอยู่ อาจต้องอาศัยคนอื่นมาช่วยแก้

4 จงทำตาม “มาตรฐาน” อีกฝ่าย

เป้าหมายของการสื่อสาร ไม่ใช่การส่งผ่านคำพูดของเราเฉยๆ แต่เป็นการทำให้อีกฝ่ายยอมรับในสิ่งที่เราจะสื่อ

5 กฏเหล็กความสัมพันธ์ คือ “การรักษาสถานะเดิม”

คนเราตัดสินสถานะของตนเองจากความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เช่น เป็นลูกใคร พ่อใคร หัวหน้าใคร ลูกน้องใคร เพื่อนใคร เป็นต้น ซึ่งพื้นฐานของการสื่อสาร คือ การกำหนดบทบาทของตนเองตามอีกฝ่ายและการปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจตามตำแหน่งของเรา

6 “เคล็ดลับ” ของคนที่จะพบกับความโชคดี

คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น เรื่องทักษะความสามารถคิดเป็นเพียง 15% อีก 85% เป็นเรื่องของความสัมพนธ์ ฉะนั้น เรามาดูถึงเคล็ดลับการปลูกต้นความสัมพันธ์ของเราดีกว่า

  • เห็นแก่ผู้อื่น : แบ่งปันสิ่งที่ตนเองได้รับ ทั้งความรู้ /เงิน ให้กับผู้อื่นเพื่อช่วยเหลือเขา
  • ให้คำวิจารณ์เป็นอาหารเสริม : ถ้าเป้าหมายเราไม่ชัดเจน เราจะฟังแต่ความคิดเห็นของคนอืน หรือไม่ก็ไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นไปเลย และคำวิจารณ์จากคนใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะความสัมพันธ์จะทำให้เราค้นพบจุดบกพร่อง เพื่อให้เราได้ปรับปรุง
  • มีความสามารถในการปรับตัว : เรื่องร้ายๆ ในอดีต จงสร้างให้มันเป็นเรื่องเล่าสุดพิเศษและน่าสนใจ ผ่านการมองโลกในแง่บวก ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความพยายาม
  • คนที่อยากร่วมงานด้วย : หันมามองตัวเองแล้วถามว่า ฉันเป็นคนที่ควรได้รับการแนะนำจากคนอื่นแล้วหรือยัง
  • พูดอย่างที่ควรพูด :รู้จักบอกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการให้ชัดเจน เพราะคนที่กุมโชคชะตาของตนเองจะนำสิ่งที่ต้องการออกมาและไม่กอดปัญหาเอาไว้คนเดียว
  • สู้เฉพาะเรื่องที่ชนะเท่านั้น : คนที่โชคดี จะรู้จักจุดแข็ง / จุดอ่อน ของตนเองเป็นอย่างดี จึงรู้วิธีควบคุมสถานการณ์ให้ตรงกับตัวเอง

อย่าปล่อยให้ ฝัน” เป็นเพียง ฝัน

 

15012015

 

Big Picture  อาจจะไม่ใช่ยาสารพัดประโยชน์ที่แก้ได้ทุกปัญหา แต่มันจะทำให้คุณรู้จักภาพที่แสนงดงาม จะได้ยิ้มออกเมื่อคิดถึงความดีใจของคนในครอบครัวที่ยินดีกับการเกิดของเรา และเพื่อนๆ ที่มองดูการจากไปของเราด้วยความอาลัย จงมองภาพนั้นแล้วบอกกับตัวเองว่า ฉันจะทำให้ตัวเองเป็นคนที่ดีกว่าเดิม

1 จงวิ่งตามหา Big Pictures

  • กฏ 72 ชม. กับการบรรลุฝัน
  • รายการสิ่งที่ต้องยกเลิกสำคัญกว่ารายการสิ่งที่ต้องทำ
  • สูตรเพื่อความสุดยอด 100-1 = 0 (ทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่คร่าวๆ แค่นี้)

2 ฉันวิ่งมาถูกทางหรือเปล่า

  • สัญญากับอนาคต
  • มีต้นแบบอย่างที่ต้องการ
  • แยกแผนออกมาให้เห็น
  • จดจ่ออยู่กับการแก้ปัญหา ไม่ใช่ปัญหา

3 สามเวลาที่ประกอบขึ้นมาเป็นชีวิต

  • เวลาของ “สังคม”
  • เวลาของ “ครอบครัว”
  • เวลา “ส่วนตัว” > เรากำลังเดินอยู่ในทางที่เราต้องการใช่ไหม ? และ เรามีความสุขอยู่ใช่ไหม ?
  •  

BIG Pictures

 

สรุป

iYom เชื่อว่าพวกเราทุกคน ต่างก็มีความสามารถและความมุ่งมั่นในการทำงาน ที่ตอนนี้แต่ละคนทำอยู่กันทุกคน แต่หลายคนอาจจะไม่มีภาพใหญ่ (เป้าหมาย) ของตัวเอง กลับใช้แรงกายเหล่านั้นในการสนองตอบต่อภาพวาดเพียงเสื้อผ้า บ้าน รถยนต์หรู บลาๆ  เพื่อให้คนอื่นมองแล้วอิจฉาแค่นั้น  เพราะอะไรละ ก็เพราะเรายังหาเป้าหมายวาดภาพใหญ่ให้กับตัวเองไม่เจอนะสิ หรือไม่หลายคนอ่านหนังสือประเภทนี้มาก็หลายเล่ม ตอนอ่านก็ฟิตๆ ดี พอผ่านไปสักพักกลับไปใช้ชีวิตสภาพเดิมเหมือนโลหะจำรูปขึ้นมาซะงั้น ลองดูครับ ลองวาดภาพใหญ่ของตัวเองขึ้นมาสักตั้ง ย้ำเลยนะครับว่าต้องเป็นภาพที่มี “คุณค่า” ไม่ใช่มีแต่ “มูลค่า” เราจะได้หลุดออกมาจากกรอบเดิมๆ ที่เราอาจคิดว่าดี เพียงแค่เรานั้นติดอยู่กับมัน …

BIG P 6

Leave a Comment