สรุปหนังสือ GENIUS ทางอารมณ์

Posted by nstoremkt 17/07/2017 0 Comment(s) รีวิวหนังสือ,

สรุปหนังสือ Genius ทางอารมณ์

            ‘พื้นอารมณ์’ เป็นความสามารถเอกลักษณ์เฉพาะตัว คนที่มีอัจฉริยภาพทางอารมณ์ สามารถล่วงรู้พื้นอารมณ์ของตนและมักเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะสูง โดยหนังสือ “Genius ทางอารมณ์” เล่มนี้จะแบ่งเป็น 2 ตอนใหญ่ๆ

            ตอนที่ 1 คือ พายซีกแรก เป็นการเรียนรู้ถึงจิตวิทยาของคนรอบตัว สัญชาตญาณของมนุษย์ สูตรลับในการดึงเอาความโดดเด่นของตัวเองออกมา

            ตอนที่ 2 คือ พายซีกหลัง จะพูดถึงเกี่ยวกับอิทธิพลที่มีต่อพฤติกรรมของเราเอง

            หัวข้อทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวและเทคนิคเพื่อเพิ่มพูนวุฒิภาวะทางอารมณ์และการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นอย่างมีไหวพริบและมีความสุขให้เรามุ่งสู่ความสำเร็จอย่างราบรื่น

 

พายซีกแรก

“ถ้าอยากประสบความสำเร็จในโลกนี้แล้วละก็ ความสามารถในการมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก”

            คนไหนที่มีความสามารถด้านมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เรามักจะมองเขาด้วยความชื่นชม รู้สึกว่าเขาดูจะมีโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวีตอยู่เรื่อย

            ถึงแม้วุฒิภาวะทางอารมณ์จะไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะตัดสินเราว่าเราจะไปได้ไกลเพียงใด แต่ความสามารถนี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงปัญหาเกี่ยวกับคนได้มากมาย ตราบใดที่เรายังต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยคนหลากหลายประเภท

 

            ทั้งนี้ขอแนะนำสูตรที่จะช่วยส่งเสริมการตัดสินใจของเรา ช่วยเราจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างตัวเราและคนรอบข้างให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีชื่อเล่นเรียกว่า StarShip Success Formular (SSS)

มีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้นตอน

  1. Find your STAR = ตั้งเป้าหมาย
  2. Build your SHIP = สร้างเรือ
  3. SAIL your destination = ลงมือออกเดินทาง

 

STEP 1: Find your STAR

            Find your STAR คือ การตั้งจุดหมายของเราให้ชัดเจน เข้าใจความต้องการของตนเองและการอ่านสถานการณ์ได้ว่า ณ เวลานี้ เราควรจะเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับคนตรงหน้าเราในรูปแบบไหนจึงจะเหมาะที่สุด

เมื่อเรามีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนแล้ว เราก็ควรสร้างทางเลือกให้กับตัวเอง

  1. เลือก ว่าเราจะใช้ภาษาพูดแบบไหนกับคนนี้
  2. เลือก ว่าเราจะแต่งกายแบบไหนเมื่อไปพบกับคนนี้
  3. เลือก ว่าเราจะวางตัวแบบไหนระหว่างอยู่กับคนคนนี้

ทางเลือกเหล่านี้จะเป็นสิ่งบ่งชี้ความเป็นตัวเราในชีวิตด้านนั้น เมื่อคุณรู้ว่าจุดหมายของคุณคืออะไร คุณจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์แบบที่ใจต้องการได้มากกว่าคนที่ไม่มีความชัดเจน

 

ถนนแห่งชีวิตเราแบ่งออกเป็น 3 เรื่องหลักๆ

  1. เรื่องงาน
  2. เรื่องความรัก หรือครอบครัว
  3. เรื่องเพื่อน

 

            เป็นไปได้รึเปล่าว่าเราจะสำเร็จในทุกด้านของชีวิต?

            ตอบเลยว่าเป็นได้จริงๆ สิ่งนี้ไม่ยากเกินเอื้อม

            คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าหนึ่งด้านคือคนที่เข้าใจความแตกต่างของเป้าหมายชีวิตตัวเองในแต่ละด้าน สามารถยืดหยุ่นได้ตามใจ พวกเขาสำเร็จเพราะเขาใส่ใจกับชีวิตของตนเอง ที่สำคัญคือ เขาเข้าใจว่าความสำเร็จแต่ละมุมของชีวิตนั้นเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน เป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่องและใช้เวลานาน

            เราจะทำอะไรได้เก่งล้วนต้องเริ่มจากการเรียนรู้ การได้ลองทำและเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น นำความสำเร็จหรือความผิดพลาดมาฝึกฝนกับตัวเองอีกเรื่อยๆ จนได้สูตรที่ลงตัวกับชีวิตเรา

 

STEP 2: Build your SHIP

            การมีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เราจะไปให้ถึงเป้าหมายต้องต่อด้วย ‘การสร้างเรือ’ ซึ่งเป็นเหมือนยานพาหนะพาเราจากจุดปัจจุบันไปสู่จุดมุ่งหมายในอนาคต

            เริ่มต้นด้วยการดีไซน์รูปแบบในการวางตัวเรา โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างบรรยากาศรอบตัวให้ได้มวลอารมณ์ในแบบที่เราต้องการ เพราะชีวิตในแต่ละด้านมีบรรยากาศ และมวลอารมณ์ที่คนแต่ละกลุ่มหวังว่าจะได้รับจากเราแตกต่างกัน เช่น เมื่ออยู่กับคนรัก สิ่งที่เราควรจะมอบให้คือ บรรยากาศของความอบอุ่น ความเป็นห่วงเป็นใย ความโรแมนติก ความเสน่ห์หา ความผ่อนคลาย ความสงบ

            และในฐานะกัปตันเรือของเราเอง คำถามที่เราต้องถามตัวเองคือ

“สำหรับสถานการณ์และคนตรงหน้านี้ เราต้องการสร้างบรรยากาศแบบไหน?”

            เพราะความสัมพันธ์แต่ละด้าน เริ่มต้นด้วยการสื่อสาร และส่งภาษากายที่มีอารมณ์แฝงอยู่แตกต่างกันไป

            เรือลำนี้เป็นของเรา เราทุกคนมีความโดดเด่นซ่อนอยู่ในตัว เป็นความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน การที่เราเป็นตัวของตัวเองจะช่วยให้เรามีเอกลักษณ์ เป็นคนน่าค้นหา เป็นคนเท่ มีเสน่ห์ น่าจดจำ ในแบบที่ไม่เหมือนใคร

เรือของคุณเป็นแบบไหน?

ด้านครอบครัว – คุณต้องการมอบบรรยากาศแบบไหนให้กับคุณพ่อคุณแม่? พี่น้อง? คนรัก?

ด้านการงาน – คุณต้องการมอบบรรยากาศแบบไหนให้กับเจ้านาย? ลูกน้อง? เพื่อนร่วมงาน? ลูกค้า? หุ้นส่วน?

ด้านมิตรภาพ – คุณต้องการมอบบรรยากาศแบบไหนให้เพื่อนรักในแต่ละกลุ่ม?

 

ความโดดเด่นที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา

            คนที่โดดเด่นที่สุด มีความสามารถพิเศษบางอย่าง ที่ทำให้สะดุดตาขึ้นมา ความสามารถพิเศษนี้คือ  *ความสามารถในการปลุกเร้าอารมณ์*

            คนที่โดดเด่นในสังคมจะมีลักษณะบางอย่างที่สามารถทำให้คนที่ใกล้ชิดพูดคุยด้วย เกิดอารมณ์ต่างๆ ที่เป็นอารมณ์เชิงบวก สิ่งที่ทำให้เราตกหลุมรักคนหนึ่งก็คือ อารมณ์ของตัวเราที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่กับคนคนนั้น และอารมณ์ของเรานี่แหละจะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะรู้สึกชอบคนคนหนึ่งมากแค่ไหน และจดจำได้ดีเพียงใด

            ดังนั้น คนที่สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีและเป็นมิตรหรืออารมณ์เชิงบวกได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงถูกมองว่ามีเสน่ห์และโดดเด่นไปโดยทันที

            ปัญหาคือ มนุษย์เรามักจินตนาการจดจ่ออยู่กับอารมณ์เชิงลบตลอดเวลา จึงทำให้รู้สึกว่าการที่เราจะไปช่วยให้คนรอบข้างรู้สึกว่าร่าเริงขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

            แต่ข่าวดีคือ นักวิจัยพบวิธีการที่จะช่วยให้เรา ‘ปรุงอารมณ์ทางบวก’ เพิ่มขึ้นให้กับตัวเอง ซึ่งมีองค์ประกอบ 4 อย่าง และเราทุกคนมีลักษณะทั้ง 4 อย่างนี้อยู่ในตัวเราเรียบร้อยแล้ว

ลักษณะที่ 1 เป้าหมาย

            คนเราชอบคนที่มี ‘เป้าหมาย’ เพราะสมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้ไม่ชอบ ‘ความไม่แน่นอน’

ลักษณะที่ 2 อำนาจ

            ‘อำนาจ’ เป็นสิ่งที่มากับการวางตัว เป็นลักษณะที่บ่งบอกว่า ‘คุณ’ มีความสามารถบางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ของคนรอบข้าง

ลักษณะที่ 3 : สติกับปัจจุบัน

            การมีสติอยู่กับปัจจุบันหมายถึง การตื่นตัวไปกับสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเรานาทีต่อนาที ไม่ปล่อยให้ใจเหม่อลอยวนเวียนอยู่กับโลกส่วนตัวของเราเอง เสน่ห์ของคนเหล่านี้คือการเป็นคู่สนทนาที่เก่ง มีทักษะความสามารถในการ ‘พูด’ และการ ‘ฟัง’

            การพูดเก่งคือ ไม่ใช่คนที่พูดไม่หยุด แต่เป็นคนที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดพูด และปล่อยให้เกิดช่องว่างของความเงียบ

            การเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ใช่แค่การ ‘รอ’ ให้อีกฝ่ายพูดจบ แต่เป็นการตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาพูดอย่างแท้จริง

ลักษณะที่ 4 ความอบอุ่น

            ‘ความอบอุ่น’ เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดออกมาทางกายและการพูดจาให้เห็นว่าเราใส่ใจและหวังดีกับผู้อื่นจากใจจริง คนกลุ่มนี้มีแสงสว่างที่ฉายออกมาจากตัวเพราะการมี ‘จิตใจดี’ เป็นคนที่สัมผัสได้ว่าคนอื่นกำลังรู้สึกอย่างไร มีอารมณ์ร่วมไปกับคนคนนั้นด้วยอย่างมากมายโดยเป็นธรรมชาติ

 

STEP 3: SAIL your destination

            เมื่อมีจุดหมาย เมื่อได้กลยุทธ์ ก็พร้อมออกเดินทาง

            การออกเดินทางคือการสังเกตความสามารถของตัวเองในการรับรู้ทางสังคมและคอยพัฒนาในจุดบกพร่องของตัวเองในแต่ละจุด ซึ่งทำได้โดยวิธี 4 ขั้นตอนใหญ่ๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 – เก็บข้อมูลป้อนสมอง

            สิ่งที่เราต้องมีคือ Social Awareness ซึ่งหมายถึงการรับรู้ข้อมูลของคนตรงหน้าให้มากที่สุดและถูกต้องที่สุด อย่าไปหลงเลือกข้อมูลผิด หรือข้อมูลจากคนอื่น หรือไม่ก็เป็นข้อมูลที่หมดอายุแล้ว ยิ่งเรามีข้อมูลมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีวัตถุดิบชั้นยอดป้อนให้กับโรงงานสมอง และมันจะชี้นำเราว่าเราควรจะพูดและวางตัวอย่างไรกับคนที่อยู่ตรงหน้าเรา เราถึงจะเจรจาและสร้างมวลอารมณ์ได้ตรงจุดประสงค์ตามที่เราต้องการ

            ฉันนั้นข้อสำคัญคือ ‘เราควรจะฝึกเป็นผู้ฟังที่ดีและช่างสังเกต’

ขั้นตอนที่ 2 – ตีความหมายในสไตล์เรา

            ขั้นตอนนี้คือการนำข้อมูลที่เราได้ มาวิเคราะห์ แต่ขอให้เราจำไว้ว่า ขณะที่เรากำลังมีอารมณ์พลุ่งพล่านกับเหตุการณ์อะไรก็ตาม เรามีแนวโน้มที่จะตีความผิดจากความเป็นจริงได้สูงกว่าปกติ สถานการณ์จะดูยิ่งใหญ่เกินจริง หากเป็นเรื่องเลวร้ายสมองก็จะสร้างอารมณ์ทางลบแบบโลกถล่ม หากเป็นข่าวดีสมองก็จะสร้างอารมณ์ตื่นเต้นอย่างที่สุดออกมาชั่วคราว

            ในช่วงเวลาเหล่านี้ เราไม่สามารถห้ามไม่ให้สมองตีความเกินจริงได้ ฉะนั้นเราต้อง ‘รอ’ ปล่อยให้ตัวเองตื่นเต้นไปก่อน รอให้อารมณ์สงบลงแล้วค่อยพิจารณาใหม่ว่าตรงกับความจริงเพียงใด แล้วจะทำให้เราอ่านสถานการณ์ได้แม่นยำและเป็นกลางมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 3 – คาดเดาแล้ว เราเลือก

            กุญแจสำคัญในการพัฒนาทักษะนี้คือ ‘ความสามารถในการคาดเดาพฤติกรรมของคนหลากหลายประเภท’

            จะเป็นคนที่คาดเดาได้แม่นยำ สิ่งสำคัญคือการให้เวลาตัวเองในการค่อยๆ เรียนรู้ลักษณะของคนประเภทต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลของเขาและวิเคราะห์แบบไม่ลำเอียง จนกระทั่งเรามั่นใจได้ดีขึ้นว่าเราควรจะปฏิบัติตนอย่างไรกับคนคนนี้ และเราจะวางเขาไว้ที่จุดไหนของชีวิตจึงจะดีที่สุด จะเป็นเพื่อนกันได้มั้ย หรือเป็นแค่คนรู้จักห่างๆ จะดีที่สุด

ขั้นตอนที่ 4 – ลงมือทำ

            การลงมือทำนี้หมายถึง ความสามารถในการบริหารการติดต่อทางอารมณ์ของเราให้ดี คนที่เป็นที่ชื่นชอบและเคารพต่อคนหมู่มากมักเป็นคนที่ควบคุมการส่งต่อทางอารมณ์ได้เก่ง พวกเขาสามารถดูแลตัวเองให้ละทิ้งอารมณ์ทางลบ แล้วสร้างภาวะที่เป็นประโยชน์ที่สุดให้กับจิตใจของตน ควบคุมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นให้ดำเนินไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ ไม่ให้เกิดอารมณ์บาดหมางโดยไม่ตั้งใจ หรือทำให้การประชุมเสียบรรยากาศ

 

พายซีกหลัง

            เป็นพายส่วนที่พูดถึงอิทธิพลที่มีต่อพฤติกรรมของเรา อะไรที่สร้างเราให้เป็นเรา ไปจนถึงการเข้าใจตัวเอง และการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง

            มนุษย์ทุกคนมี ‘พื้นฐานอารมณ์ความสุข’ เป็นของตัวเอง เมื่อคนเราผ่านพ้นความผิดหวังหรือความล้มเหลวในชีวิต เราจะกลับเข้าสู่พื้นฐานอารมณ์ความสุขซึ่งเป็นระดับความสุขตามธรรมชาติของเรา

            ฐานอารมณ์ความสุขของคนเรานี้มีปริมาณไม่เท่ากันในแต่ละคน และมีสาเหตุมาจาก:

พันธุกรรม 50%
กิจกรรมที่เราทำ 40%
ความเป็นอยู่ในชีวิต 10%

            ต้นทุนทางอารมณ์ที่ได้รับผ่านทางพันธุกรรมและกิจกรรมที่เราทำหรือสภาพแวดล้อมของเรา ต่างเป็นปัจจัยที่สำคัญทั้งคู่ และสมองของเรามีความยืดหยุ่นสูง สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดช่วงชีวิต และเพื่อที่เราจะได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาความสามารถต่างๆ และจุดเด่นของเราให้ได้มากที่สุด เราต้องคอยสังเกตตัวเราเองว่าเราเป็นคนที่มีพื้นอารมณ์แบบไหนและทำความเข้าใจกับอุปนิสัยตัวเอง ให้เราวิจัยตัวเองถึงเวลาที่อยู่ในสถานการณ์ต่างๆ ว่าเรามีการตอบสนองเช่นไรกับสถานการณ์เหล่านั้น เช่น เวลาที่เราอยู่ท่ามกลางผู้คน ตอนอยู่คนเดียว ตอนอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด

            เมื่อเรารู้จักตัวเองดีขึ้น เราก็สามารถเลือกสภาพแวดล้อมที่ช่วยดึงเอาส่วนที่ดี ที่เป็นธรรมชาติของเราออกมาได้อย่างเต็มที่ พยายามเคลื่อนย้ายตัวเองไปอยู่ในโลกที่เหมาะสมกับเราที่สุด

 

กล่อง ใบ

            การทำงานของสมอง เริ่มต้นจากกล่อง 2 ใบ ใบหนึ่งเขียนว่า อันตราย ใบหนึ่งเขียนว่า มีประโยชน์

            อะไรก็ตามที่ถูกโยนเข้าไปในกล่อง อันตราย จะถูกจับคู่กับฮอร์โมนความเครียดที่นำพาอารมณ์ไม่ดีต่างๆ มาสู่ชีวิตเรา ตรงกันข้าม อะไรก็ตามที่ถูกโยนเข้าไปในกล่องใบที่สอง สิ่งนั้นจะถูกจับคู่กับสารอารมณ์ดี ทำให้รู้สึกดี มีพลัง ความตื่นเต้น หรืออบอุ่นให้กับเรา

            ชีวิตเรามีกลไกดำเนินชีวิตที่เหมือนกัน กลไกที่ว่าคือการเลือกทำในสิ่งต่างๆ ในแต่ละวันโดยมีเป้าหมายเพียง 2 อย่าง

อย่างแรก : ทำไปเพื่อความสุข

อย่างที่สอง : ทำไปเพื่อเลี่ยงความทุกข์

            เราทุกคนอยากมีความสุข เพราะฉะนั้นเราจึงทำกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำให้เรามีความสุข เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น การกินอาหารที่มีประโยชน์ ใช้เวลาร่วมกับคนรัก

            ขณะเดียวกัน เราก็พยายามเลี่ยงการกระทำที่จะทำให้เราทุกข์หรือสมองตีความว่าเป็นอันตราย เช่น การอดข้าวอดน้ำ ทำตัวแปลกแยก

 

สารเคมีแห่งความสุขที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมของเรา

            สาร ออกซีโทซิน’ (Oxytocin)  เป็นสารแห่งความสุขที่จะทำให้ใครหลายคนรู้สึกดีจากการไปออกงานสังคมเป็นระยะๆ เหมือนเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย เนื่องจากมนุษย์เรามีสัญชาตญาณของการเป็นสัตว์สังคม

            สาร เซโรโทนิน (Serotonin) – เป็นสารที่หลั่งออกมาทำให้รู้สึกพึงพอใจและสุขอย่างมากเมื่อเราสามารถเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้แหล่งอาหาร หรือสิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอด ตัวอย่างในปัจจุบันก็เช่น เงิน ชื่อเสียง อำนาจ

            เมื่อความสุขจากสารนี้ค่อยๆ หายไป คนไหนที่เสพติดสารนี้ก็จะเริ่มหากิจกรรมที่กระตุ้นความสุขให้หลั่งกลับมาอีกครั้ง หรือทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อำนาจกลับคืนมา ไปจนถึงสามารถฆ่าทำลายกันเองเพื่อความสุขเพียงชั่วครู่

 

เกมชีวิต

คำค้น: สรุปหนังสือ GENIUS ทางอารมณ์

Leave a Comment